บทที่ 2 ผู้หญิงของธีมะ (02)
“ค่ะ” หญิงสาวต้องกลั้นใจปรับน้ำเสียงให้สม่ำเสมอ ต้องสั่งไม่ให้ร้องไห้ ห้ามเสียใจ เพราะท่าทางเฉยชาคือสิ่งที่ชินตาและชินชาในหัวใจไปเสียแล้ว แต่ทุกครั้งก็หวั่นไหวเจ็บแปลบ จนยากที่จะกลั้น เนื่องจากหล่อนไม่ต่างไปจากเครื่องผลิตลูกแม้แต่น้อย
หลังจากชายหนุ่มแต่งตัวเสร็จก็กลับมาอยู่ในมาดนักธุรกิจสวมสูทผูกไท พร้อมสาวเท้าออกห่างโดยไม่รีรอหรือหันกลับมาถามถึงความเป็นอยู่ของคนที่เป็นภรรยา เท้าหนักรีบก้าวฉับๆ ออกไปจากห้อง โดยด้านนอกมีกิตติ ลูกน้องคนสนิทยืนรออยู่
“ฮึกๆ….ฮือ” น้ำตาไหลรินผ่านแก้ม ร่างสวยค่อยๆ ทรุดตัวลงกับพื้น สถานะของหล่อนไม่ต่างไปจากดอกไม้ริมทาง เพียงแค่ดอกไม้ดอกนี้ได้รับการจัดแจงตบแต่งให้สวยงามน่ามองด้วยการผูกโบ ผูกชีวิตยึดติดอยู่กับทะเบียนสมรส แถมยังถูกนำไปประดับประดาอยู่ในงานแต่งซึ่งใหญ่โต
ทุกครั้งที่ธีมะมาหา ในสมองก็จะคิดถึงแต่เงื่อนไขต่างๆ นานา ที่เขาเป็นคนกำหนด เขาคือเจ้าชีวิต เป็นเจ้าของร่างกาย เป็นเจ้าเงื่อนไข แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่ปรารถนาจะเป็นเจ้าของ นั่นคือหัวใจซึ่งยับเยินด้วยคำว่ากตัญญูและรู้คุณ
‘นาฏนิชาเจ็บแค่นี้หล่อนต้องทนให้ได้ สองปีแล้วนะ ทำไมยังร้องไห้อยู่อีก หยุดสิ หยุด…ร้องเสียที ฮือ’ สั่งตนเองให้หยุดร้อง แต่ไม่อาจทำได้ เนื่องจากหล่อนกำลังเจ็บปวด แม้การแต่งงานจะไร้รัก แต่ใจยังรู้สึกเจ็บปวด ไม่ได้ชินชาหรือตายด้านเหมือนหัวใจดำสนิทของธีมะเสียที
ย้อนกลับไปเมื่อสองปีก่อน ทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อธุรกิจโรงแรมยักษ์ใหญ่ของกฤต บิดาของนาฏนิชาประสบปัญหาทางการเงิน มารดาของธีมะจึงยื่นมือเข้ามาช่วย พร้อมทั้งยื่นข้อเสนอบางอย่างให้กับหญิงสาว ซึ่งบริษัทของธีมะเป็นหนึ่งในลูกค้าที่ไปใช้บริการโรงแรมของสาวเจ้า
คนจนตรอกคงไม่มีทางเลือกมากนัก ถึงแม้คราแรกจะปฏิเสธเพราะหล่อนยังมีศักดิ์ศรี แต่สุดท้ายก็ต้องยอมจำนน เพราะคำวอนขอของคุณหญิงเอื้องคำ ผู้เป็นมารดา ซึ่งเงื่อนไขของธีมะทำให้เธอจำใจต้องก้มหน้าก้มตายอมรับอย่างขัดไม่ได้
เงื่อนไขของผู้ชายที่ชื่อ ธีมะ
ข้อ 1 ห้ามรัก
ข้อ 2 ห้ามยุ่มย่ามหรือทำตัวเป็นเจ้าของ
ข้อ 3 ห้ามขัดคำสั่ง
ข้อ 4 จะหย่าทันทีเมื่อมีลูก
ข้อสี่เป็นสิ่งที่นาฏนิชาปวดใจมากที่สุด และใช่ว่าชายหนุ่มจะอยากมีลูกน้อย เขาอยากมีเพราะเป็นความใฝ่ฝันของคนรัก เรื่องงานแต่งงานก็เช่นกัน หากมารดาไม่ร้องขอเขาคงไม่คิดที่จะแต่งงาน ไม่เคยคิดพิศวาสคนตัวเล็กเลยสักนิด เนื่องจากหัวใจ มี ฝนทิพย์ อยู่เต็มดวง
สิ่งที่ทำให้ปวดร้าวราวโดนแก้วบาดยังไม่หมด เพราะนาฏนิชาเป็นแค่ตัวแทนของฝนทิพย์ ผู้หญิงที่ธีมะรักมากที่สุด และทุกปีเมื่อถึงวันจากไปของฝนทิพย์มาถึง เขาก็จะกลับกลายไปเป็นคนบ้าคลั่งเนื่องจากเหตุบางอย่าง ซึ่งชายหนุ่มโทษว่า ตัวเองเป็นต้นเหตุ
สองมือบางยกขึ้นปาดน้ำตาป้อยๆ พยายามบอกตนเองให้เข้มแข็ง หลังจากนี้คงไม่ต้องร้องไห้ไปอีกหลายวัน หรืออาจจะเป็นอาทิตย์ เพราะสามีตีทะเบียนจะมาหาหล่อนเดือนละไม่กี่วัน และเมื่อเงยหน้าขึ้นมองรอบๆ หยาดหยดน้ำตามีอันต้องร่วงเผาะหนักกว่าเดิม
หล่อนทำตัวไม่ต่างไปจากอีหนู เมียเก็บ หรือเด็กเสี่ย เพราะสถานที่ซึ่งอยู่อาศัยไม่ใช่บ้านหลังโตของธีมะ แต่เป็นคอนโดมิเนียมที่เขาซื้อให้ ยามอยากเขาก็จะมา ยามเบื่อหน้าก็จะจากลา ไม่มีคำร่ำลาให้หัวใจได้ชุ่มฉ่ำ มีแต่ความเฉยชาให้จมอยู่กับบ่อน้ำตาเท่านั้น
ใช่ว่าหวังในความร่ำรวยมั่งมี แต่หล่อนไม่อยากถูกมองว่าเป็นแค่ผู้หญิงไร้ค่าไร้ราคา แต่จะทำอย่างไรในเมื่อชีวิตนี้ หล่อนไม่ใช่คนกำหนด ไม่อาจจะเป็นเจ้าชีวิตของตนเองมาตั้งแต่สมัยเด็กๆ
“เธอต้องอดทนนาฏนิชา อดทนเพื่อทุกๆ คน” หลังจากสะอึกสะอื้นอยู่ร่วมสิบนาที หญิงสาวก็สั่งห้ามไม่ให้ตนเองร้องไห้ บอกกับตนเองให้เข้มแข็ง ขืนร้องไห้เป็นบ้าเป็นหลังแบบนี้คงได้ล้มป่วย ตาบวมจนไปทำงานไม่ได้แน่ๆ อย่างไรเสียยังมีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ
สาวเจ้าค่อยๆ พยุงตัวขึ้นกลับไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ไม่มีปัญญาจะพาร่างที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อเข้าไปชำระร่างกาย เพราะอ่อนแรงเหลือเกิน ทันทีที่หัวถึงหมอนก็หลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อนทั้งตัวและหัวใจ ซึ่งหวังว่าพรุ่งนี้จะเป็นวันที่สดใสสำหรับหล่อนบ้าง
